วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำถามกรณีศึกษาบทที่ 2 ( ตอนที่ 2 )

1. ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล เครือข่าย และผลิตภัณฑ์สารสนเทศอะไรที่ท่านจดจำได้จาก American General Insurance
ตอบ  ผลิตภัณฑ์สารสนเทศ
2. การนำเข้าข้อมูล การประมวลผล การส่งออก การจัดเก็บข้อมูล และกิจกรรมควบคุมใดที่ท่านจดจำได้จากระบบสารสนเทศของ American General Insurance
ตอบ    การส่งออก การจัดเก็บข้อมูล ok
3.American General ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจใดจากระบบเร่งรัดการขายและระบบสารสนเทศการจัดการการตลาดและมีข้อจำกัดใด 
ตอบ ช่วยลดการใช้กระดาษอย่างสมบูรณ์ทั้งจากตัวแทนและสำนักงานกึ่งบ้าน ช่วยประหยัดเวลาของลูกค้าและปรับการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 

สรุปท้ายบทที่ 3

  • บริษัท : คามิลอทมิวสิค ตั้งอยู่ที่นอร์ธแคนตัน รัฐโอไฮโอ ทำกิจการค้าปลีกซีดีรอมและเทปในห้างสรรพสินค้า มีลูกจ้าง 5,000 คนใน 310 สาขาทั่วสหรัฐ
  • ปัญหา : มีการแข่งขันกับร้านค้าปลีกที่ใหญ่กว่า อาทิเช่น Best Buy และ Circuit City ในขณะเดียวกันก็ยังต้องแข่งขันกับร้านค้าขนาดเล็กด้วย จึงใช้เกณฑ์การตั้งราคาขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้าหรือสถานการณ์ในการแข่งขัน และลดราคาให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อยๆ
  • แนวทางในการแก้ปัญหา : ใช้ซอฟต์แวร์ในการตั้งราคาให้หลากหลาย เพื่อดึงดูดและเก็บรักษาลูกค้าไว้
  • โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ : Richter System ทำงานบน Hewlett-Packard 9000 Server Camelot’s Data Warehouse ทำงานบน ICL Gold Rush Mega Server ใช้ฐานข้อมูล Informix และซอฟต์แวร์ Micro Strategies DSS
  • ค่าใช้จ่ายของการใช้เทคโนโลยี : ระหว่าง 750,000 - 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหานี้
  • สิ่งที่จะได้รับกลับคืน : (Return of Investment : RO I) เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างน้อย 1 ใน 10 ของ 1 % ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของรายได้ อันจะทำให้ถึงจุดคุ้มทุนจากการลงทุนในอีก 2 ปีข้างหน้า
ชาลี มาช CIO ของบริษัทต้องเผชิญกับปัญหายอดขายตกในแต่ละสาขา และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการค้าปลีกขนาดใหญ่และในห้างสรรพสินค้า มาชได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตั้งราคาโดยขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ร้านค้า สถานการณ์ในการแข่งขัน และให้ส่วนลดแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อย ซึ่งกุญแจของความสำเร็จ คือ โครงสร้างการตั้งราคาขายไม่ตายตัว ที่ใช้ซอฟต์แวร์ Richter Automated Merchandising Systems (RAMS)
ในอดีต ผู้บริหารของบริษัทไม่ได้กังวลถึงคู่แข่งอย่าง Best Buy และ Circuit City และร้านค้าอื่นๆ มากนัก เนื่องจากร้านเหล่านั้นขายสินค้าน้อยกว่า แต่ 3 ปีที่ผ่านมาเกมส์ทางธุรกิจได้เปลี่ยนไป Best Buy ตั้งราคาขายถูกกว่า 2-5 เหรียญ อันทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง เมื่อสนามแข่งขันทางการค้าได้เปลี่ยนไป บริษัทจึงปรับปรุงตัวเองและกำหนดราคาขายที่ดีกว่าคู่แข่งเพื่อให้สามารถอยู่ได้ในเกมส์นี้ แต่ปัญหาคือ เกณฑ์การตั้งราคาแบบใดจึงจะเหมาะสมกับการแข่งขัน ในขณะที่สาขาบางแห่งก็ไม่ได้แข่งขันกับใครเลย
บริษัทได้ติดตั้ง RAMS ทำงานบน HP 9000 Enterprise Server ดำเนินงานด้านระบบการตลาดสำหรับลูกค้าบนซอฟต์แวร์คลังข้อมูล และใช้ Corema ในส่วนของการบริหารการตลาดเชิงลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อเก็บรายชื่อลูกค้า 2.25 ล้านรายที่ซื้อสินค้าที่ซื้อบ่อย เพื่อให้คูปอง 5 เหรียญสำหรับการซื้อครั้งต่อไป
ผลที่ได้ หลังจากนั้น 2 เดือน ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์กลับมาซื้อสินค้าอีก

ที่มา
 http://www.spu.ac.th/~ktm/index12.html

นางสาววิชุดา ศิริ  บ.กจ.3/2

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำถามกรณีศึกษาบทที่ 3(ตอนที่ 1,2)

กรณีศึกษาบที่ 3
กรณีศึกษาจริง
ตอบคำถามกรณีศึกษา

 1. การใช้แนวคิดเชิงระบบ ได้ช่วยให้บริษัทแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ คือ ช่วยในเรื่องของการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาเป็นการคิดที่เป็นระบบและช่วยพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาการที่ดี

2. เห็นด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาของบริษัททำไปแล้วประสบผลสำเร็จ จากการปรับปรุงตัวเองที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทำให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย

3. อยากให้บริษัท มีการขาย CD ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อของลูกค้าไม่ใช่เพียงแค่ไปซื้อที่ร้านเท่านั้น

กรณีศึกษาจริง
Millipore Corporation: วิเคราะห์ความต้องการเว็บไซท์
ตอบคำถามกรณีศึกษา

1.      
อะไรคือขั้นตอนที่แนวคิดเชิงระบบในการพัฒนากระบวนการจัดทำเว็บไซท์ของบริษัท
 Millipore                                           
 ตอบ  ความต้องการของลูกค้าเพื่อให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ด้วยวิธีการนี้ Millipore ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำผลิตภัณฑ์กำจัดของเสีย (Purification : ผลิตภัณฑ์ที่กำจัดสิ่งสกปรกและทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เช่น อากาศ น้ำเสีย ) ระดับชาติ ที่มีมูลค่า 619 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ก้าวล้ำนำคู่แข่งขันในธุรกิจประเภทเดียวกั
2.  ทำไมการสำรวจลูกค้าบนเว็บแบบออนไลน์ จึงไม่สามารถวัดของต้องการของลูกค้าที่เท่าที่ควร
ตอบ สามารถทำการวิเคราะร์ข้อมูลของลูกค้าทีเข้ามาใช้ โดยเหมือนกับการมองข้ามไหล่ของผู้ใช้แต่มองดูที่จอภาพ คุณไม่สามารถเห็นได้ว่าเขายิ้มหรือรู้สึกอย่างไรเพียงแต่คุณรู้แค่ว่าเขากำลังทำอะไร
3. คุณเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาของ Millipore เพื่อพัฒนาเว็บไซท์สำหรับลูกค้า ทำไมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะ ผู้ใช้กำลังใส่หมายเลขรหัสสินค้าในช่องการสืบค้นโดยไม่ได้แทรกช่องว่างตามที่กำหนดไว้ ดังนั้น การสร้างหน้าเว็บที่มีหมายเลขรหัสสินค้าโดยไม่ต้องให้มีช่องว่าง ( ระหว่างตัวเลขแต่ละชุด ) ก็เป็นการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้ได้

นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ. 3/2

คำถามกรณีศึกษาบทที่ 2 ( ตอนที่1)

1.อะไรคือส่วนประกอบของระบบการจัดการองค์ความรู้ที่ AMS
ตอบ ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ข้อมูล และเครือข่าย
สิ่งที่สนับสนุน ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก จัดเก็บและกิจกรรมการควบคุม


2. ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ AMS ได้รับจากระบบการจัดการองค์ความรู้
ตอบ การรวบรวมความรู้ของธุรกิจมาไว้ที่ปลายนิ้วของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของระบบการจัดการองค์ความรู้ เป้าหมายพื้นฐานคือการนำข้อมูลที่เป็นกุญแจจากแหล่งต่างๆ เช่น กรุ๊ปแวร์(Groupware) ฐานข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ และความรู้สึกของผู้ใช้ เป็นต้น มาจัดเรียงให้อยู่ในรูปแบบเชิงตรรกะ เพื่อนำเสนอแหล่งความรู้สำหรับผู้ใช้ในองค์กร


3.ธุรกิจอื่นๆที่จะใช้อินทราเน็ตสำหรับการจัดการความรู้แบบเดียวกับ AMS จะทำได้อย่างไร
ตอบ โดยการทำกิจการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวให้บรรลุจุดมุ่งหมาย แต่เพื่อยอดชายไปเรื่อยๆ
โดยการขาย กิจการต่อไปเรื่อย ๆ และขยายสาขาเพิ่มให้มากกว่าเดิม


นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2

สรุปหน่วยเรียนที่ 2

เหมือนพนักงานส่วนมากที่ยังใหม่ต่อบริษัท ดังนั้นเมื่อ แอนดรู เจเวล ผู้จัดการการจัดการโครงแบบในกลุ่มที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค ต้องศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างของหน่วยงาน เขาจึง Log Onเข้าสู่ศูนย์ความรู้ของ AMS ซึ่งมีหัวข้อ ‘ การให้คำแนะนำการปฏิบัติงานที่ดี’ (The Consulting Firm’s Best Practices) บนอินทราเน็ต
ที่นั่น เจเวล ได้พิจารณาเอกสารเครื่องมือปรับรื้อกระบวนการ (Reengineering) ทางธุรกิจ แต่ยังคงไม่พบสารสนเทศที่ต้องการ เขาจึงคลิกที่สารบัญผู้เชี่ยวชาญประจำด้านปรับรื้อกระบวนการของ AMS ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรองประธานบริษัทได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของเขาไว้ด้วย
เจเวล กล่าวว่า ศูนย์ความรู้เป็นจุดติดต่อที่สามารถตรวจสอบทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร ถ้าไม่มีศูนย์นี้เขาคงวนอยู่ในกงล้อ
แนวคิดดังกล่าวเป็นการรวบรวมความรู้ของธุรกิจมาไว้ที่ปลายนิ้วของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของระบบการจัดการองค์ความรู้ เป้าหมายพื้นฐานคือการนำข้อมูลที่เป็นกุญแจจากแหล่งต่างๆ เช่น กรุ๊ปแวร์(Groupware) ฐานข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ และความรู้สึกของผู้ใช้ เป็นต้น มาจัดเรียงให้อยู่ในรูปแบบเชิงตรรกะ เพื่อนำเสนอแหล่งความรู้สำหรับผู้ใช้ในองค์กร
การนำข้อเท็จจริงและประสบการณ์มารวมเข้าด้วยกันเพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น จะกระทำได้ยากในหลายธุรกิจ จากการสำรวจผู้บริหาร 400 คนในปีที่ผ่านมาโดยศูนย์นวัตกรรมธุรกิจของ Ernst&Young พบว่าส่วนใหญ่มุ่งเน้นความรู้ แต่ 87 % ยังอยู่ในระดับเฉลี่ยหรือต่ำกว่าในเรื่องการถ่ายโอนความรู้ “ มันยากที่จะรู้ได้ว่าความรู้อะไรที่ควรจะจัดเก็บ” ซูซาน แฮนลี ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้และอาจารย์ใหญ่อาวุโสของAMS กล่าว
AMS มีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญอยู่มาก จึงสร้างคณะทำงานศูนย์ความรู้เพื่อกระตุ้นให้ที่ปรึกษาเพิ่มในหัวข้อ การให้คำแนะนำการปฏิบัติงานที่ดี’ อย่างน้อยหนึ่งโครงการต่อปี โดยที่ปรึกษาอาวุโสจะเป็นผู้ตรวจเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งของเอกสารเหล่านั้น และใช้ฐานข้อมูล Lotus Notes ทำดัชนี ให้เข้าถึงด้วยโปรแกรมต่อประสานของ Notes เพื่อค้นหาฐานข้อมูลผ่านแม่ข่ายเว็บ Lotus Domino
แฮนล ี กล่าวว่า ในปี 1993 AMS ได้เริ่มเพียงหนึ่งโปรแกรมเท่านั้น และขยายออกไปเป็น ในปี 1995และในปี 1996 คณะทำงาน 250 ชุดได้ทำโครงการวิจัยเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ยอดพุ่งขึ้นไปสูงถึง 450 ในปี1997 ด้วยจำนวนที่ปรึกษานับพันจากสำนักงาน 50 แห่งทั่วโลก ความรู้ใหม่ๆ จึงได้ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ระบบการจัดการองค์ความรู้นี้ให้ผลคุ้มค่าหรือไม่ ซูซาน แฮนลี่ กล่าวว่าการแบ่งปันความรู้เรื่อง‘ การให้คำแนะนำการปฏิบัติงานที่ดี’ นี้ได้ให้ผลคุ้มค่า อย่างเช่น AMS ได้เซ็นสัญญากับลูกค้าใหม่หลังจากการนำเสนอ 15 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงจากศูนย์ความรู้
ที่มา
ที่มา http://www.spu.ac.th/~ktm/index12.html


นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สารสนเทศเข้ามามีบทบาทในองค์กรอย่างไร

การบริหารงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
nการบริหารที่เป็นระบบและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมขององค์การ
nการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
nดังนั้น ข้อมูลและสารสนเทศ นับเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการวางแผนปฏิบัติงานและการควบคุมเพื่อให้เกิดความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
องค์การและสิ่งแวดล้อม
nโครงสร้างทางสังคมอย่างเป็นทางการที่มีความมั่นคง
nการนำทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมมาผ่านกระบวนการเพื่อสร้างหรือผลิตผลลัพธ์
องค์ประกอบขององค์การ
1. ปัจจัยหลักด้านการผลิต
2. กระบวนการผลิต
3. ผลผลิต
ระบบสารสนเทศ
nเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินงานขององค์การ  ความสมดุลทางสิทธิ ภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบ
nองค์การเองก็มีผลกระทบต่อการออกแบบระบบสารสนเทศ และเป็น
ผลกระทบต่อระบบสารสนเทศต่อองค์การ คือ
1. ลดระดับขั้นตอนของการจัดการ
2. มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน
3. ลดขั้นตอนการดำเนินงาน
4. เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ
5. กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่
เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
nปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน
nนำมาสร้างเป็นโครงสร้างของระบบสารสนเทศภายในองค์การ
nระบบอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและส่งเสริมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการสร้างช่องทางการตลาด การขาย และให้การสนับสนุนลูกค้า
nระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน
nผู้บริหารในองค์การระดับที่แตกต่างกัน มีความต้องการในการใช้ระบบสารสนเทศที่แตกต่างกัน
nดังนั้นระบบสารสนเทศจึงได้ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องกับลักษณะงานและระดับของผู้ใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับการนำสารสนเทศไปใช้ประกอบการบริหารและตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์
แบ่งออกเป็น 6 ประเภท
1. ระบบสารสนเทศประมวลผลธุรกรรม (Transaction Processing Systems: TPS)
2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems : MIS)
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems : DSS)
4. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Executive Information Systems :EIS หรือ Executive Support Systems : ESS)
5. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems : ES)

ที่มา

(http)://krubanchoed.blogspot.com/2007/11/6.html
นางสาว วิขุดา ศิริ บ.กจ.3/2