วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดบทที่ 7


แบบฝึกหัดบทที่ 7
1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการเรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ   ระบบสรสนเทศเพื่อการจัดการ การเตรียมการสนับสนุนการตัดสินใจ  มีการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานภายในองค์กร รูปแบบสารสนเทศและความถี่ ช่วงเวลาการยกเว้นความต้องการ และการดึงรายงานออกมา และการตอบสนอง รูปแบบของสารสนเทศ การกำหนดล่วงหน้าการจำกัดรูปแบบ
ระเบียบวิธีในกระบวนการสารสนเทศ  การสร้างข้อมูลโดยการโอนหรือการย้ายของข้อมูลธุรกิจ
          ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ : การเตรียมการสนับสนุนการตัดสินใจ   มีการเตรียมข้อมูลและเทคนิคการตัดสินใจในการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะหรือโอกาส  รูปแบบสารสนเทศและความถี่ การตรวจสอบการติดต่อระหว่างกันและการตอบสนอง  รูปแบบของสารสนเทศ เฉพาะตามต้องการมีความยืดหยุ่นและรูปแบบที่สามารถปรับใช้ได้ ระเบียบวิธีในกระบวนการสารสนเทศ การสร้างข้อมูลจากรูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ของข้อมูลธุรกิจ

2.ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไปให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ การนำเอาระบบสนเทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจและบริหารงานของผู้บริหารระดับสูง  จะต้องมีการวางกลยุทธ์และเทคนิค ต่างในการบริหารและเป้าหมายที่ชัดเจน

3.มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ มี 5 แนวทาง
1.ช่วยทำงานได้รวดเร็วได้อย่างรวดเร็ว
2.สามารถเก็บหน่วยความจำได้มาก
3.ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
4.ข้อมูลที่ได้ถูกต้องและแม่นยำ
5.สามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้

4.ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลางและขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร
ตอบ  ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นผู้ทรงความรู้ความสามารถในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับองค์การอย่างละเอียดและกว้างขวางจะต้องเป็นผู้รู้ความเป็นไปของธุรกิจ การดำเนินงาน รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลอันเป็นผลให้ก่อประโยชน์ต่อองค์การหลีกเลี่ยงการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย หรือภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์การ

5. ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์ ( computer ) มาจากภาษาลาติน หมายถึง เครื่องคำนวณชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถจำข้อมูลและคำสั่งได้ โดยการนำไปเก็บไว้ในหน่วยความจำก่อน หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์จะทำการดึงคำสั่งมาเพื่อนำไปปฏิบัติงาน และจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้

6.การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ศาสตร์แห่งการรับรู้  ในส่วนของปัญญาประดิษฐ์นี้จะตั้งอยู่ในการวิจัยทางด้านชีววิทยา ประสาทวิทยา จิตวิทยา คณิตศาสตร์และการฝึกฝนในหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกัน มุ่งเน้นการวิจัยสมองมนุษย์นั้นมีการทำงานอย่างไรและมนุษย์นั้นมีการคิดและเรียนรู้อย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้ของการวิจัยในกระบวนการสร้างสารสนเทศของมนุษย์ เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาในหลายๆ ด้านของการปฏิบัติงานบนคอมพิวเตอร์ในปัญญาประดิษฐ์

7. การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดหวังว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ เทคโนโลยีในด้านต่างเช่น  การสนับสนุนการตัดสินใจ  การนำข้อมูลกลับคืนมา ความจริงเสมือน  และหุ่นยนต์

8.อะไรคือขอบเขตจำกัด หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็น  ในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และตัวแทนสติปัญญา และอะไรที่จะลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ลงได้
ตอบ สามารถบิดเบือนข้อมูลได้และเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบได้ และอาจมีการเจาะข้อมูลและระบบของบุคคลภายนอกได้ทำให้การตีความหมายผิดพลาดไปจากจริงได้  และการตัดสินใจขึ้นอยู่มนุษย์ที่ทำการป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบและอาจจะทำการตัดสินใจผิดได้  การลดขนาดผลกระทบเหล่านี้ คือ การตัดสินใจด้วยตัวเองและใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง การใช้ข้อมูลที่ถูกต้องป้อนเข้าเครื่อง เพื่อใช้วิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ
นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2

แบบฝึกหัด วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2554


แบบฝึกหัด

1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยพัฒนาประเทศได้อย่างไร
 ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา วิเคราะห์ ประมวลจัดการและจัดเก็บ เรียกใช้หรือแลกเปลี่ยน และเผยแพร่สารสนเทศ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่าจะอยู่ในรูปแบบของรูป เสียง ตัวอักษร หรือภาพเคลื่อนไหว รวมไปถึงการนำสารสนเทศและข้อมูลไปปฏิบัติตามเนื้อหาของสารสนเทศนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของผู้ใช้
ในปัจจุบันจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นสารสนเทศที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจในการค้าขาย การผลิตสินค้า และการให้บริการทางสังคม การจัดการทรัพยากรของชาติ การบริหารและการปกครอง จนถึงเรื่องเบาๆ เรื่องไร้สาระบ้าง  เช่น สภากาแฟที่สามารถพบได้ทุกแห่งหนในสังคม เรื่องสาระบันเทิงในยามประกอบการไปจนถึงเรื่องความเป็นความตาย เช่น ข่าวอุทกภัย วาตภัย หรือการทำรัฐประหารและปฏิวัติ เป็นต้น และยังช่วยในการพัฒนาในเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจักการให้บริการสังคมพื้นฐาน อาทิเช่น ด้านการศึกษา และการสาธารณสุข ฯลฯ
2. สารสนเทศสนับสนุนงานขององค์กรอย่างไร บ้าง จงอธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบ
ตอบ  ผู้บริหารต้องคำนึงถึงความสอดคล้องระหว่างการดำเนินธุรกิจ เทคโนโลยี และการตัดสินใจที่ต้องกระทำอย่างสอดคล้องกัน ปัจจุบันผู้บริหารต้องประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศและการตัดสินใจทางธุรกิจขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์และสร้างโอกาสในการประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์การ ผู้บริหารต้องสามารถจัดการกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. กำหนดกลยุทธ์องค์การที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. กำหนดแผนงานสารสนเทศระดับองค์การและการดำเนินงาน กำหนดโครงสร้างหน่วยงานสารสนเทศ
3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศขององค์การ (information system infrastructure) เช่น อุปกรณ์ ชุดคำสั่ง ระบบสื่อสารและจัดการข้อมูล ระบบสำนักงานอัตโนมัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดศักยภาพและความยืดหยุ่นในการปรับตัวของงานสารสนเทศในองค์การ
4. กำหนดรายละเอียดการดำเนินงานภายในองค์การ พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมต่อการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่องค์การ
ที่มา: http://elearning.northcm.ac.th/it/lesson9-1.asp
3. เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไรบ้าง
ตอบ ปัจจุบันธุรกิจมีการแข่งขันสูงและต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน อันจะทำให้องค์กรสามารถอยู่รอดได้ ผู้บริหารจำเป็นมีการจัดการที่ดีกับทรัพยากรทางการจัดการ อันประกอบด้วย บุคลากร(Man) เครื่องจักร(Machine) วัตถุดิบ(Material) เงิน(Money) การจัดการ(Management) และตลาด(Market) หรือ 6 M’s นั่นเอง โดยมีบุคลากรเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้องค์กรเจริญเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ข้อได้เปรียบหรือจุดแข็ง (Strength) เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรพยายามสร้างขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งง่าย ที่กิจการสามารถสร้างขึ้นมาได้ เช่น บริษัท NOKIA  ได้มีการพัฒนาโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบดิจิตอลมากกว่าคู่แข่งขัน ซึ่งในอดีตผู้นำคือบริษัท โมโตโรล่า ที่ยังเน้นเทคโนโลยีระบบอนาลอก บริษัทต้องเสียเวลามาปรับกลยุทธ์กับสินค้าใหม่แต่ก็ช้าเกินไป ทำให้ NOKIA สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน ทั้ง ๆ ที่ในอดีต NOKIA เป็นบริษัทเล็ก ๆ ของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีประชากรแค่ 5.3 ล้านคน จึงมีการตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศเล็ก ๆ นี้จึงสามารถเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ภายในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมา ได้อย่างไร?
NOKIA เป็นตัวอย่างที่องค์กรต่าง ๆ พยายามศึกษาถึงกลยุทธ์ความสำเร็จ แต่การที่จะเป็นผู้นำได้นั้น ไม่สามารถสร้างในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ได้ จากการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยที่เป็นหัวใจหลักของการประสบความสำเร็จก็คือ รัฐบาลฟินแลนด์มีนโยบายให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการพยายามส่งเสริมภาคเอกชนมีการทำวิจัยและพัฒนาพร้อมไปกับผลงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ (Knowledge) ของภาคเอกชนให้สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ได้ ทำให้ประเทศฟินแลนด์สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับสินค้าอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเทศอื่น ๆ ก็สามารถที่จะทำให้มีความได้เปรียบเช่นเดียวกับประเทศฟินแลนด์เช่นกัน ดังภาพที่ 1 ซึ่งแสดงลำดับขั้นของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ
ที่มา : http://tulip.bu.ac.th/~jarin.a/content/Innovation/compet_advantage.htm
4. .ให้นัศึกษาอธิบายหัวข้อต่อไปนี้
ระบบสารสนเทศด้านการจัดการโซ่อุปทาน
ตอบ ระบบจัดการห่วงโซ่อุปทาน หรือ เอสซีเอ็ม  (Supply Chain Management -- SCM) คือ การจัดการ
การบริหารห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นระบบสารสนเทศที่รองรับระบบจัดการห่วงโซ่อุปทาน ต้องการประสานและเชื่อมต่อข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับสร้างสินค้าและบริการ การนำส่งลูกค้า การจัดการคลังสินค้า และบริการหลังการขาย เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ระบบที่มีประสิทธิภาพจะสามารถลดค่าใช้จ่ายการทำงานแต่ละขั้นตอน ตามแนวคิดของห่วงโซ่คุณค่า(value chain)
ระบบสารสนเทศด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์
ตอบ ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ หรือ ซีอาร์เอ็ม  (Customer Relationship Management --CRM)  การจัดการ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ คือ การจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวกับลูกค้าในปัจจุบัน และลูกค้าที่คาดว่าจะมีในอนาคต เป็นการประสากระบวนการขาย การตลาดและการให้บริการทั้งหมด ดังนั้นระบบสารสนเทศที่รองรับระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์รวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลในงานต่าง  ๆ  วิเคราะห์ ประเมินคุณค่าของลูกค้า ค้นหากลุ่มลูกค้า ความต้องการในสินค้าและบริการ เพื่อนำปรับปรุงให้สอดคล้องต่อไป
ระบบสารสนเทศด้านการจัดการความรู้
ตอบ การจัดการความรู้   (knowledge managementการจัดการความรู้ในองค์การกลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ เพราะความสำเร็จขององค์การขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์การ ในการรวบรวมความรู้ สร้างความรู้ใหม่ จัดเก็บ ค้น และนำความรู้ไปใช้เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ให้เกิดบริการสินค้า หรือกระบวนการทำงานใหม่ขึ้น ความรู้ในองค์การได้แก่ ความรู้ที่มีการเขียนอย่างเป็นทางการ(explicit knowledge)   ความรู้ที่ชัดแจ้ง) เช่น คู่มือการผลิต รายงานวิจัย  และความรู้แบบที่สอง เป็นความรู้โดยนัย  (tacit knowledge)  เกี่ยวกับทักษะประสบการณ์ แต่ไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเช่น  ความรู้ด้านระบบการผลิตสินค้า  ความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบที่ซับซ้อนขององค์การหรือหน่วยงานภายนอก ซึ่งทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและคล่องตัว  ความรู้เหล่านี้กระจัดกระจายทั้งในตัวบุคคล เอกสาร รายงานการวิจัย ฐานข้อมูลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ
                 ระบบสารสนเทศเพื่อจัดการความรู้ หรือ เคเอ็มเอส (Knowledge Management System -- KMS) มีเครื่อง  มือสนับสนุนในการสร้างและจัดการความรู้หลายประเภท โดยประยุกต์เครื่องมือต่าง ๆ ให้สามารถจัดการความรู้ที่มีหลายรูปแบบและกระจัดกระจายในที่ต่าง ๆ ได้ 
ระบบสารสนเทศด้านอัจริยะทางธุรกิจ
ตอบ จากความจำเป็นในการแข่งขันด้านธุรกิจ ส่งผลให้ระบบสารสนเทศต้องมีการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองความต้องการในเชิงธุรกิจ ที่จริงแล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบสารสนเทศเป็นอาวุธสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจเลยทีเดียว บริษัทหลายแห่งยอมลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมากกับระบบเพื่อมุ่งหวังผลการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และในเวลาเดียวกันก็มุ่งหวัง การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ มาชดเชยด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นทั้งระบบจะต้องตอบสนอง และเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้รับมือกับความเปลี่ยนไปได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถ้าจะมองไปแล้วระบบเครือข่าย ก็เป็นตัวจักรสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่ต้องทำงานประสานกับแอพพลิเคชั่น และผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นองค์ประกอบที่บริษัทไม่สามารถปล่อย ให้เกิดการหยุดทำงานได้อีกต่อไป ลองสังเกตดูง่ายๆ ในสมัยก่อนถ้าเกิดเหตุการณ์ไฟดับขึ้นมา พนักงานทุกคนก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เราจึงต้องมีระบบสำรองไฟขึ้นมาใช้ เช่นเดียวกันกับสมัยนี้ ถ้าระบบเครือข่ายเสียขึ้นมาต่อให้เซิร์ฟเวอร์ และแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้ไม่มีปัญหาอะไร พนักงานก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
ที่มา:http://www.ngoscyber.mirror.or.th/autopagev4/show_page.php?topic_id=707&auto_id=11&TopicPk=
นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2
E- Office  คืออะไร  
E- Office  คือ การนำเอา ข้อมูล ที่ มีอยู่ ใน Server ที่ใช้งานปัจจุบัน  นำมาจัดเลือกข้อมูล ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น เอกสาร  Word, Excel ,Powerpoint  ,PDF ,JPG ,BMP  ฯลฯ  นำมา Share ข้อมูล ให้อยู่ในระบบของ Web Server  และระบบการกำหนด รหัสผ่าน ในการเข้าถึงข้อมูล ที่ต้องการ โดยการกำหนด User และ Password    เพื่อให้สามารถใช้งาน  ข้อมูล ต่าง ผ่านระบบ Internet ( Internet Explorer ) ใช้งานได้ ทั่วทุกที่ เพื่อไม่ให้ขาดข้อมูล หรือเอกสาร สำคัญๆ  ณ ในเวลานั้น
คุณสมบัติของระบบ E-Office
รันอยู่ในระบบ Web Server   และเครื่องของคุณเอง  
การ Download ข้อมูลอย่างรวดเร็ว 
รองรับเอกสาร doc ,xls ,ppt ,jpg ,bmp ,pdf    ( และสามารถดูตัวอย่างของเอกสารได้ ใน doc ,xls ,pdf)
มีระบบการป้องการเอกสาร โดยการกำหนด รหัสผ่าน
มีระบบ User และ Password
สามารถ สร้าง Slide Show ดูได้  ในรูปแบบของ jpg  file
ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก 
และอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อมูลเพิ่มเติม
www.osnuke.tk

จาก :http://www.cmprice.com/forum/?content=detail&wb_type_id=14&topic_id=2662
PRAXTICOL คือโปรแกรมสำนักงานอัตโนมัติ(e-office)ที่ประกอบด้วยระบบWorkflow, ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ระบบจัดเก็บและค้นหาเอกสาร และระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนการลดประมาณการใช้กระดาษ ให้น้อยลง เน้นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการรับ-ส่งเรื่องตลอดจนการจัดเก็บและค้นหาข้อมูลเอกสารสำคัญอื่นๆ ในองค์กรให้มีการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ ค้นหาได้ถูกต้องและรวดเร็ว
 จาก :http://th.88db.com/Computer-IT-Internet/Programming-Software/ad-56869/

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต แตกต่างกันอย่างไร

    อินเตอร์เน็ต คือตัวอย่างหนึ่งของทางด่วนสารสนเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นทางด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปถึงศักยภาพในการเติบโตเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของอินเตอร์เน็ต โดยปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์นับล้านระบบและมีผู้ใช้หลายสิบล้านคน ซึ่งเทียบประชากรอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันได้กับประชากรของประเทศไทยทั้งประเทศ และที่สำคัญก็คือรายได้เฉลี่ยของประชากรอินเตอร์เน็ต จะสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรประเทศใด ๆ ในโลก อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายซึ่งเป็นที่รวมของเครือข่ายย่อย ๆ หรือกล่าวได้ว่าเป็น ครือข่ายของเครือข่าย (Network of Network) ซึ่งสื่อสารกันได้โดยใช้โปรโตคอลแบบทีซีพี/ไอพี (TCP/IP) ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันเมื่อนำมาใช้ในเครือข่ายแล้วสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้    
 เอ็กซ์ทราเน็ต
หรือเครือข่ายภายนอกองค์กร ก็คือระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร (INTRANET) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ของสาขาของผู้จัดจำหน่าย หรือของลูกค้า เป็นต้น โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายอาจเป็นได้ทั้งการเชื่อมต่อโดยตรง (Direct Link) ระหว่าง 2 จุด หรือการเชื่อมต่อแบบเครือข่ายเสมือน (Virtual Network) ระหว่างระบบเครือข่าย Intranet จำนวนหลายๆ เครือข่ายผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้


ที่มา http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/internet.htm

นางสาววิชุดา ศิริ  บ.กจ.3/2

กูเกิ้ลพลัส คืออะไร

      โซเชียลเน็ตเวิร์ก" เป็นตลาดสำคัญที่บริษัทไอทีทั้งหลายไม่สามารถมองข้ามได้ ล่าสุดก็ถึงตาของกูเกิ้ล ที่เพิ่งเปิดตัว กูเกิ้ล พลัส (Google+) เมื่อเร็วๆ นี้ คาดกันว่าในช่วงเริ่มแรกกูเกิ้ลพลัสจะมีหน้าตาคล้ายกับเฟซบุ๊ก โดยมีภาพแสดงโปรไฟล์ และการขึ้นข่าวสารต่างๆ บนหน้าหลัก แต่ทั้งนี้ก็มีส่วนที่แตกต่าง เช่น เพื่อนของผู้ใช้ หรือข้อมูลการติดต่อจะถูกจัดกลุ่มอยู่ในวงกลมเฉพาะที่เลือกไว้ให้แสดงผล  ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับข้อมูลการติดต่อกับคนในกลุ่มที่แตกต่างกันได้ เช่น สมา ชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมโรงเรียน และยังสามารถแลกเปลี่ยนภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือข้อมูลอื่นๆ ได้ภายในกลุ่มเฉพาะเท่านั้น
     จุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกูเกิ้ลพลัสคือ ความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการแสดงความเห็นของเจ้าของหน้าเว็บจะไม่ถูกโชว์ขึ้นเว็บให้คนทั่วไปเห็น แต่จะกำหนดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ที่มา  http://www.unigang.com/Article/7633

นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2

IM ( Instant Messaging ) คืออะไร

Instant Messaging : IM คือ โปรแกรมที่ให้ผู้ใช้สามารถส่งผ่านข้อความ, ตัวอักษร, ภาพนิ่ง,ภาพเคลื่อนไหว, ไฟล์มัลติมีเดีย หรือคุยตอบโต้กันได้แบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้ เนื่องเป็นการส่งข้อความแบบ Real-Time ทำให้ติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายใช้แทนการใช้โทรศัพท์ได้ และยังสามารถส่งงาน หรือเอกสารได้ ทำให้ช่วยสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจไปได้โดยง่าย

นางสาววิชุดา ศิริ บ.กจ.3/2

อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไร

ตอบ เป็นชุมชนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีทั้ง
ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ เข้าออกแล้วค้นหาสินค้าและบริการตลอดเวลา จึงเป็นแหล่งที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ Internet จึงเป็นเหมือนจุดศูนย์การในการทำธุรกิจของโลกปัจจุบันมาก